Home / ข่าวเด่น / ยิ่งกว่านิยาย! หญิงไทยเจอลูก 2 คนอีกครั้ง หลังถูกขโมยไป 27 ปี ราวกับปาฏิหาริย์! (ชมภาพ)

ยิ่งกว่านิยาย! หญิงไทยเจอลูก 2 คนอีกครั้ง หลังถูกขโมยไป 27 ปี ราวกับปาฏิหาริย์! (ชมภาพ)

เรื่องราวสุดเหลือเชื่อนี้ “ป้าอ้วน” สุวัฒนา เลาะหะพันธุ์ หญิงไทย ย่านยานนาวา กทม. ที่ถูกสามีสกอตแลนด์ขโมยลูกชาย 「โรเบิร์ต ดักลาส」 วัย 8 ขวบ และลูกสาว “แอน ดักลาส” วัย 7 ขวบ พาขึ้นเครื่องบินจากไทยหนีพลัดพรากไปจากชีวิตถึง 27 ปี แต่ด้วยปาฏิหาริย์และแรงอธิษฐานของป้าอ้วนที่ไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นประจำว่าก่อนตายขอให้ได้เจอลูกสักครั้ง อีกทั้งน้ำใจของคนไทยในประเทศอังกฤษ สกอตแลนด์และนอร์เวย์ที่ช่วยกันตามหา ทำให้ป้าอ้วนได้พบลูกทั้งสองสมปรารถนา

ก่อกำเนิดเส้นทางรัก จนมีโซ่ทองคล้องใจ 2 คน
ป้าอ้วน เปิดใจข้ามทวีปเล่าเรื่องราวความรักกับสามีว่า พบกันที่ จ.ชุมพร ตอนนั้นป้าอ้วนทำงานเป็นแม่ครัวให้บริษัทเจาะสำรวจน้ำมัน ส่วนสามีเป็นคนสกอตแลนด์ ทำงานเป็นช่างซ่อมเฮลิคอปเตอร์ คบหาดูใจกันได้สักระยะ ก็ขอแต่งงานและพามาจดทะเบียนที่เขตบางรัก มีลูกด้วยกัน 2 คน ตอนมีลูกคนแรกนั้นสามีทำงานอยู่ที่ไนจีเรีย ขณะท้องได้ 6-7 เดือนจึงขอกลับมาอยู่ไทย จากนั้นสามีก็บินมาหาทุกๆ 6 เดือน

หลอกขอพาลูกเที่ยว แต่กลับพาบินหนีออกนอกประเทศ
ป้าอ้วน ย้อนเล่าเหตุการณ์ในวันที่ต้องพลัดพรากจากลูกไปอย่างกะทันหันว่า วันเกิดเหตุ ทำธุระอยู่ข้างนอก แฟนเพื่อนมาบอกว่า “เจ๊อ้วนรู้หรือยัง แฟนเจ๊เอาลูกๆ ไปขึ้นเครื่องที่สนามบินแล้วนะ” พอรู้ ตกใจและใจหายมาก รีบมาสนามบินดอนเมืองเพื่อตามหาลูก เดินหาจนทั่วก็ไม่เห็นวี่แวว และไม่รู้ว่าเครื่องบินออกไปแล้วหรือยัง เพราะไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย นั่งรออยู่นานเลยตัดสินใจกลับบ้าน หัวใจคนเป็นแม่ตอนนั้นแตกสลายมาก ร้องไห้ไม่อายใคร กลับถึงบ้าน แม่เล่าให้ฟังว่าไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะพาบินหนี ก่อนออกบ้าน เขาบอกว่าขอพาลูกๆ ไปเที่ยว

ลูกป้าอ้วนตอนเด็กๆ ก่อนถูกพลัดพราก

เมื่อนึกย้อนเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุ ป้าอ้วนบอกกับผู้สื่อข่าวว่าสามีคงเตรียมการไว้อย่างดีแล้ว เพราะก่อนหน้านั้น ได้พาป้าอ้วนและลูกๆ ไปขอวีซ่าที่สถานทูตออสเตรเลีย ซึ่งวีซ่าของลูก 2 คนผ่าน แต่ของป้าอ้วนไม่ผ่าน ซึ่งป้าอ้วนก็ไม่ได้ฉงนใจ ไม่ผ่านก็ไม่เป็นไร และเล่าเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับสามีว่า ทำงานซ่อมเฮลิคอปเตอร์ในอังกฤษและออสเตรเลีย เพราะบริษัทต้นสังกัดอยู่ที่อังกฤษ แต่เขาทำงานที่ออสเตรเลีย ต้องบินไปมาระหว่าง 2 ประเทศนี้
ติดต่อสถานทูตอังกฤษ หวังใช้ข้อมูล ออกตามหาลูก
ป้าอ้วนเล่าความรู้สึกหลังลูกรักจากไปอย่างไม่ทันตั้งตัวว่ากินไม่ได้ นอนไม่หลับ สับสนกับชีวิต ป้าอ้วนจึงไปสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย นำชื่อ นามสกุลของสามีไปค้นประวัติ พบมีรายชื่อเป็นหมื่นคน เลยถึงทางตัน ไม่รู้ว่าจะไปตามหาลูกๆ ที่ไหน ผ่านไปหลายเดือนมีจดหมายและเอกสารจากทนายความของสามีส่งมาที่บ้านว่าขอเป็นผู้ปกครองของลูกทั้งสอง

ป้าอ้วนและคนไทยในนอร์เวย์ ร่วมงานกงสุลสัญจรที่เมือง Odda
ป้าอ้วนดีใจมากที่ได้รับการติดต่อจากสามี ได้รับรู้ว่าลูกอยู่ที่ไหน แต่ก็รู้สึกเครียดและสับสนว่าจะเซ็นยินยอมดีไหม นอนคิดทบทวนอยู่เกือบสัปดาห์ สุดท้ายตัดสินใจเซ็นเอกสารยินยอมทั้งคราบน้ำตา เพราะคิดว่าหากลูกได้อยู่เมืองนอกกับพ่อ คงมีอนาคตที่สดใสและดีกว่าอยู่กับตัวเอง และนับจากวันนั้นป้าอ้วนก็ไม่ทราบข่าวคราวของลูกทั้งสองอีกเลย และย้ายมาอยู่ที่เมืองอ๊อดด้า (Odda) ประเทศนอร์เวย์ กับ 「วีรยา」 น้องสาวที่ชักชวนให้มาอยู่ด้วยกัน

ป้าอ้วนกับลูกชายและ “เขียว” หลานสะใภ้เร่ิมชีวิตใหม่ในนอร์เวย์ คิดถึงลูกทุกวัน อธิษฐานขอให้เจอสักครั้งก่อนตาย
ตลอด 12 ปี ที่อยู่นอร์เวย์ ป้าอ้วนบอกกับผู้สื่อข่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า ไม่มีวันไหนที่ไม่คิดถึงลูก เมื่อมีโอกาสทำบุญมักอธิษฐานขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ได้เจอลูกสักครั้งก่อนตาย และเมื่อกลุ่มคนไทยเมืองอ๊อดด้า ,ครูหนู “พิชญา นิลเสน” นายกสมาคมคนไทยนอร์เวย์ (Thai Norsk Samfunn Hordaland) และคนไทยในนอร์เวย์รู้ว่าป้าอ้วนตามหาลูก ทุกคนต่างร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือ ส่งข่าวบอกต่อกันอย่างเต็มกำลัง
“หนุ่ม” เจ้าของไร่เชอร์รี่ 40 ไร่ ซึ่งเป็นหลานชายของป้าอ้วน นำชื่อ นามสกุลของลูกป้าอ้วนไปหาในอินเทอร์เน็ตก็ขึ้นเยอะในหลายประเทศ จึงไม่รู้จะเริ่มต้นที่ไหน ต้องติดต่อกับใคร หากต้องติดต่อกับทุกคนที่ขึ้นข้อมูลคงเป็นเรื่องที่ยากและลำบาก

น้ำใจหลั่งไหลข้ามประเทศ คนไทยในสกอตแลนด์ ติดประกาศช่วยตามหา
กระทั่งมีปีหนึ่งพยาบาลไทยในยุโรปมาจัดสัมมนาที่นอร์เวย์ ป้าอ้วนเล่าให้ทีมพยาบาลฟังว่ากำลังตามหาลูกชายและลูกสาว “ป้าแก้ว พิกุล” รับเรื่องไว้ เมื่อกลับจากอบรมก็ช่วยกระจายข่าว ขอความช่วยเหลือว่าใครที่อยู่อังกฤษ หรือสกอตแลนด์ ช่วยตามหาลูกป้าอ้วน ชื่อ “โรเบิร์ต ดักลาส” และ “แอน ดักลาส” และพยาบาลในอังกฤษก็ช่วยทำใบประกาศพร้อมเบอร์โทรแจ้งเบาะแสติดตามในเมืองกลาสโกว์ และลงประกาศในเว็บหญิงไทยในต่างแดน

วันแรกที่ได้ข่าวลูก หลังจากรอคอยมา 27 ปี คือวันที่ป้าอ้วน ต้องเข้า รพ.
จนเดือน ม.ค. ปีถัดมา ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นเมื่อป้าอ้วนไม่สบาย ป่วยเป็นเส้นเลือดในสมองแตก ร่างกายชาไปครึ่งหนึ่ง ต้องเข้ารักษาตัวใน รพ. ก็ได้รับข่าวดีวันนั้น หลานชายโทรบอกว่ามีคนไทยโทรมาหาและบอกว่าหาเจอคนที่มีชื่อและข้อมูลตามที่ติดประกาศตามหา และส่งข้อมูลมาให้หลานชาย ป้าอ้วนบอกว่ารู้สึกดีใจมากจนแทบจะหายป่วยและมีกะจิตกะใจเดินได้เลยทันที

“คุณหนุ่ม” หลานชายของป้าอ้วนที่ติดต่อให้แม่ลูกได้พบกันต่างฝ่ายต่างกลัวถูกหลอก ต้องใช้ข้อมูลในอดีตมาพิสูจน์ยืนยัน
นับเป็นเรื่องสุดมหัศจรรย์และไม่น่าเชื่อว่าตามหามา 27 ปี จู่ๆ ก็พบตัว และเพื่อพิสูจน์ว่าใช่ลูกของป้าอ้วนจริงๆ หรือไม่ หลานชายของป้าอ้วนจึงติดต่อกลับ โดยส่งอีเมลไปบอกว่าเป็นญาติแม่ของคุณที่เขากำลังตามหาคุณอยู่ แต่เขาตอบกลับว่าไม่เชื่อ และคิดว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะหลังจากที่พ่อเสียชีวิต เขาเองก็ออกตามหาแม่อยู่หลายปีเหมือนกันจากที่อยู่ที่ส่งเอกสารคืน โดยจ้างนักสืบในไทย และเดินทางมาหาเอง แต่โดนหลอก เลยถอดใจ และล้มเลิกตามหาไปนานแล้ว เขาจึงบอกว่าถ้าอยากให้เชื่อว่าเป็นญาติของแม่ และรู้จักกันจริง ต้องตอบคำถามว่าพี่ชายของฉัน ตอนเด็กเคยบาดเจ็บที่ไหน เกิดจากอะไร

ป้าอ้วนกับลูกทั้ง 3
ซึ่งตอนนั้นหนุ่มยังเด็กและได้คลุกคลีอยู่กับป้าอ้วนด้วย แต่ไม่แน่ใจในข้อมูลเลยโทรถามป้าอ้วนว่า “บอยเกิดอุบัติเหตุอะไร และเป็นแผลที่ไหน” ป้าอ้วนเล่าว่าโดนมอเตอร์ไซค์เฉี่ยว เป็นบาดแผลใหญ่ที่หน้าขา แล้วก็ส่งอีเมลตอบกลับตามที่ป้าอ้วนบอก เขาตกใจ แต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อ และถามกลับมาอีกว่า “ตอนที่ฉันเล็กๆ ฉันไปเกิดอุบัติเหตุในโรงเรียนอนุบาล เป็นบาดแผลที่ไหน” หนุ่มก็โทรถามป้าอ้วนอีกได้ข้อมูลมาว่า “ที่คาง” เลยตอบกลับอีเมล ผลคือ ตอบถูก

ทางฝ่าย “หนุ่ม” เองก็กลัวโดนหลอกเหมือนกันเลยถามกลับไปว่า “ถ้าเป็นแอนตัวจริงก็ต้องรู้ข้อมูลเกี่ยวกับแม่เธอด้วย เธอรู้ใช่ไหมว่าเธอมีพี่สาวคนโตคนนึง เธอชื่ออะไร” แล้วเขาก็ตอบกลับมาพี่หนุ่มว่า “จำได้ ชื่อกบ” ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อว่าเด็กที่ไปอยู่เมืองนอกตั้งแต่ 7 ขวบจะจำได้ขนาดนั้น และบอยเองยังจำได้ว่าแถวบ้านที่เคยอยู่ในไทยเป็นตึกสามชั้น และอยู่กับยาย ตอนนั้นกำลังก่อสร้างถนนและวางท่อ ซึ่งข้อมูลถูกต้องทุกอย่าง


.

แม่และลูกยังมีบุญร่วมกัน ลูกตามหาที่ไทย แต่มาเจอกันที่นอร์เวย์
เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างเชื่อมั่นว่าเป็นแม่ลูกกันจริงๆ จากนั้นก็ติดต่อกันมาตลอด สายสัมพันธ์รักระหว่างแม่ลูกกลับมาเจอกันอีกครั้ง และจากการได้พูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบกันทำให้ป้าอ้วนได้รับรู้ว่า ลูกชายทำงานเกี่ยวกับเทคนิคระบบเสียง ส่วนลูกสาวเป็นทหารหญิงที่อัฟกานิสถาน

ครั้งแรกที่แม่ลูกพบกัน ต่างฝ่ายต่างตามหากัน
1 เดือนต่อมา ด้วยความที่ “บอย” อยากเจอป้าอ้วนมาก เพราะเขาก็พยายามตามหาป้าอ้วนมานานหลายสิบปีเช่นกันหลังจากที่พ่อเสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2543 และเขาเคยบินมาหาแม่ตามที่ที่เคยอาศัยอยู่เมื่อตอนเด็กๆ ในไทยก็ไม่เจอ จึงบินมาหาป้าอ้วนที่นอร์เวย์ โดยไม่รอมาพร้อมน้องสาว เนื่องจากติดภารกิจที่อัฟกานิสถาน กว่าจะเสร็จประมาณอีก 1-2 เดือน วินาทีที่ป้าอ้วนกับลูกชายเจอกัน ต่างคนต่างโผกอดเข้าหากันและร้องไห้ด้วยความดีใจ ส่วนลูกสาวตามมาเจอเมื่อเดือน เม.ย.


.

“จะว่าพ่อเขาขโมยก็ไม่ได้ขโมย เพียงแต่เขาพาลูกไปโดยไม่ได้บอก ตอนลูกหาย คิดถึงทุกวัน นั่งนึกทุกวัน คิดถึงตลอด ไหว้พระที่ไหนก็เอ่ยขอให้เจอลูกสักครั้งก่อนตาย วันที่เจอลูกชายครั้งแรก ต่างคนต่างจำกันได้ พูดอะไรไม่ออก กอดคอร้องไห้กันอย่างเดียว ดีใจม้าก มาก ดีใจที่สุดในชีวิต
ส่วนลูกสาวมาเจอกันเดือน เม.ย. ก็ร้องไห้ดีใจเหมือนกัน โอ้โห ตั้ง 27 ปีที่เฝ้ารอมาตลอด พอมาเจอลูกๆ มันเหมือนความสุขเต็มหัวใจแล้ว ถ้าตายก็ไม่เสียดาย เพราะได้เจอลูกครบหมดแล้ว มีความสุขที่สุดที่ได้เจอลูก」 ป้าอ้วนพูดถึงความรู้สึกที่ได้เจอลูกด้วยน้ำเสียงร้องไห้สะอื้นตื้นตันด้วยความดีใจ


.

ป้าอ้วนกับลูกสาวที่พลัดพรากกันนาน 27 ปี
.

ป้าอ้วนกับลูกชายที่พลัดพรากกัน 27 ปี
สิ้นสุดการรอคอยที่ยาวนานถึง 27 ปี แม่และลูกๆ สายใยรักได้กลับมาใกล้ชิดกันเช่นเคย และเมื่อว่างจากการทำงาน ลูกๆ ทั้งสองก็จะบินมาเยี่ยมป้าอ้วนที่นอร์เวย์ปีละ 2 ครั้ง แม้ต้องอยู่คนละประเทศ แต่เมื่อใดที่คิดถึงกันก็ติดต่อผ่านเฟซบุ๊ก เปิดวิดีโอคอลคุยกัน การพูดสื่อสารกับลูกๆ บางครั้งป้าอ้วนพอเข้าใจบ้าง เพราะลูกทั้งสองพูดไทยไม่ได้ กำลังฝึกพูดอยู่ แต่สายใยรักระหว่างแม่กับลูกก็ยังคงเหนียวแน่น และลูกทั้งสองก็ภูมิใจที่มีสายเลือดไทย กินอาหารไทยได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งกะปิและปลาร้า


.

.

ญาติและเพื่อนคนไทยร่วมแสดงความยินดี
ข้อมูลและภาพจาก thairath

Check Also

เน้นลูกค้าข้าราชการสูงวัย?! “ เด็กสาววัย 14 ชั้น ม. 2” เผยเรื่องสุดเศร้า!! เพื่อนตั้งกลุ่ม “ขายบริการทาง…” เน้น ขรก. ชายสูงอายุ!! เป็นหลัก (รายละเอียด)

ล่าสุดอดีตนักเร …

Website is Protected by WordPress Protection from eDarpan.com.


Warning: include_once(analyticstracking.php): failed to open stream: No such file or directory in /home4/waei7m0acula/public_html/wp-content/themes/sahifa/footer.php on line 60

Warning: include_once(): Failed opening 'analyticstracking.php' for inclusion (include_path='.:/opt/php56/lib/php') in /home4/waei7m0acula/public_html/wp-content/themes/sahifa/footer.php on line 60